ความกลัวกลับมา

ผมเดินเหงื่อซกออกไปจากห้องเพื่อดื่มน้ำ และมองเห็นพี่เลี้ยงของผมเพิ่งตื่นขึ้นหลังจากทุกอย่างจบลง
ไม่มีใครในบ้านรู้เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ แม้จะเป็นเวลา ตี 5 เกือบครึ่งแล้ว
อดรู้สึกไม่ได้ว่า เหมือนมีอะไรบางอย่างกับพยายามบอกอะไรบางอย่างกับผม… 

ผมรู้สึกตัวตื่นขึ้นพร้อมกับความรู้สึกแปลกถิ่นอย่างรุนแรง
รอบตัวนั้นมืดมิดเกินกว่าจะเป็นบ้านที่ผมอยู่
ผมนึกไม่ออกว่าผมนอนหลับไปได้อย่างไรและตั้งแต่ตอนไหน
สัญญาณเสียงไฟฟ้าส่งเสียง ตื้ดๆ ยาว ใจพานึกถึงเสียงเครื่องตรวจอัตราการเต้นของหัวใจ ของคนใกล้ตาย…

ความมืด ซึ่งมืดอย่างยิ่ง และคำถามว่าที่นี่คือที่ไหน
ทำให้ผมรู้สึกเหมือนกับ มีอะไรบางอย่าง กำลังลุกลามภายในจิตใจ
ผมรู้สึกกลัวขึ้นมาชั่วขณะ

แต่…ที่นี้ควรจะเป็นบ้าน จะมีทางเป็นที่อื่นได้อย่างไร
รู้สึกตัวมากขึ้น ความกลัวลดลง
แต่ที่นี้ คือสถานที่ใด ผมยังสงสัยอยู่
ลุกขึ้นยืน คลำควานทางไป มือที่สัมผัสโดนกำแพง…. เป็นผิวสัมผัสที่คุ้นเคย
ผมรู้ทันทีว่า แท้จริงแล้วที่นี้คือที่บ้านอย่างที่คาด(หวัง)ไว้

แต่ทำไมทุกอย่างจึงมืดขนาดนี้
ผมควานหาทางไปเหมือนกับคนไม่เคยทาง ทิศทางที่ตั้งต่างๆของทุกอย่างที่นี่ ดูจะเลือนลางในความจำ
ด้วยความหวัง ในที่สุดผมก็ค้นพบประตู (ซึ่งคือประตูสู่ห้องใด… ผมไม่อาจรู้เช่นเดิม)

เมื่อเปิดประตูออกจากห้องไปแล้ว ผมจะได้ไปสู่ที่อื่น ห้องที่สว่างกว่านี้ ไปดื่มน้ำเสียหน่อยน่าจะดี
บิดลูกบิดและเปิดประตูออกไป หากมันทำให้ ผมกลับต้องพบกับความมืดที่ยิ่งกว่าเดิม ที่ไร้ที่สิ้นสุดอีกครั้ง…
นี้มันผิดปกติจริงๆแล้ว! เกิดอะไรขึ้น

ความจำเตือนว่า มีสวิทต์ไฟอยู่ข้างๆประตูทุกๆประตูในห้อง ผมรีบตบมือรัวๆ ที่กำแพงไปข้างๆ ประตู เมื่อพบสวิทต์แล้ว ก็กดเปิดทันที
คล้ายมันจะเป็นอย่างที่สัญชาติญาณลึกๆบอกผมไว้  
ไฟไม่ติด…
อะไรทำให้ทุกอย่างดูกลับตาลปัตรไปเช่นนี้ เสียงสัญญาณบ้าน่ากลัวนั้นยังคงดังต่อเนื่อง…

ย้อนนึกถึงคืนหนึ่งสมัยอนุบาล ผมจำความรู้สึกนี้ได้ชัดเจน คืนนั้นเป็นคืนของการฝันร้ายที่ย่ำแย่ที่สุดในชีวิต ผมตื่นขึ้นพร้อมกับความมืดและหาใครก็ไม่เจอ ตอนนั้นผมอยากเจอพ่อกับแม่ที่สุด
ขณะนี้ ผมฝันอยู่หรืออย่างไร
ไม่จริง

ทำใจให้ทุกอย่างดูเป็นปกติ อะไรทำให้ทุกอย่างมืด ข้างนอกห้องก็ไม่เสียงสว่าง และเสียงสัญญาณตื้ดๆเกิดขึ้นได้อย่างไร ใน…บ้าน
การทำจิตใจให้สงบนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ในสถานการณ์แบบนี้ ผมคิดว่า ที่ผมไม่คนไม่กลัวผีก็คงจะด้วยสามารถระงับความกลัวด้วยการทำใจให้สงบและคิดด้วยเหตุผล ใจที่สงบจะทำให้เราเกิดพลังความคิด การคิดด้วยเหตุผลทำให้ทุกอย่างอธิบายได้ และเมื่อทุกอย่างอธิบายได้ ก็ไม่มีอะไรต้องกลัว
ผมได้คำตอบและเดินไปหาต้นเสียงสัญญาน

ขณะที่บางอย่างบอกให้ ผมกลับไปนอนบนเตียงที่แปลกถิ่นนี้อีกครั้งดีกว่า อย่าเข้าไปหาเสียงนั้นเลย…

ทุกอย่างถูกคลี่คลาย เหมือนนักสืบพบหลักฐานยืนยันตัวร้ายได้เรียบร้อยในการ์ตูน
เมื่อผมเปิดประตูเข้ามาทางต้นเสียง มองเห็นแสงสว่างสีแดงกระพริบถี่ๆ เสียงสัญญานชัดเจนมากขึ้น ดูแปลกแต่ผมก็จำได้
แสงนั้นมาจากแสงเลเซอร์ของเมาส์คอมพิวเตอร์แน่นอน เสียงนั้นมาจากเสียงUPSเมื่อไฟดับ…

ไฟดับ!
ใช่แล้ว ทุกอย่างมืดถึงแบบนี้ แสงเลเซอร์ของเมาส์ที่กระพริบมาจากศักย์ไฟฟ้าที่ไม่พอจากUPSเวลาไฟดับไปนานๆ ผมถูกปลุกขึ้นด้วยเสียงของUPSนี่เอง
แม้ยังคงมืดมิด ผมไม่รู้สึกหวาดหวั่นอะไรอีก ยื่นมือไปจับเมาส์ด้วยความคุ้นเคยแต่ไม่มีเหตุผล

ขณะนั้นเองผมพบว่า แสงไฟรอบตัวติดขึ้นอีกครั้ง ทุกอย่างกลับเป็นเหมือนเดิม เหมือนดั่งการ์ตูนที่เมื่อตัวร้ายตายไป โลกก็กลับมาพร้อมกับแสงสว่าง

แต่อะไรกัน ทำไมไฟติดพร้อมกับที่ผมพบว่าไฟดับแทบจะทันที
ความกลัวกลับมาอีกครั้ง… 

ผมเดินเหงื่อซกออกไปจากห้องเพื่อดื่มน้ำ และมองเห็นพี่เลี้ยงของผมเพิ่งตื่นขึ้นหลังจากทุกอย่างจบลง
ไม่มีใครในบ้านรู้เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ แม้จะเป็นเวลา ตี 5 เกือบครึ่งแล้ว
อดรู้สึกไม่ได้ว่า เหมือนมีอะไรบางอย่างกับพยายามบอกอะไรบางอย่างกับผม…

คนเดียว

Advertisements

เชื่อไม่เชื่อ

“สิ่งเหนือธรรมชาติมีอยู่จริงหรือ” เป็นคำถามที่ผมเลิกสนใจไปนานมากแล้วนับตั้งแต่หายกลัวผี
ผมเชื่อว่ามันไม่มีจริงหน่ะครับ 
และไม่เคยเห็น ไม่เคยจับ ไม่เคยได้ยิน — มันไม่มีผลอะไรกับชีวิต จึงเลิกสนใจ

หลายๆ ครั้งเวลาอยู่กับคนที่กลัว และชี้ไปที่ต่างๆ ก็พบว่ามีเหตุผลอธิบายได้เสมอ
หลายๆ ครั้งจึงต้องคิดในใจว่า ออกมาให้เจอหน่อยเถิด แต่พูดไม่ได้… เพราะถ้าพูดอาจโดนคนข้างๆ ถีบ
ผมเองก็ไม่ยืนยันว่ามันไม่มีอยู่

จำได้ว่าตอนนั้นที่กลัวก็เพราะว่า ไม่รู้ว่ามันคืออะไร และความไม่รู้พาให้ให้คิดว่ามันต้องอันตรายแน่ๆ เลย 
ที่จริงแล้ว ผมไม่ได้คิดว่า เราไม่ควรกลัวผี มันก็ ok นะ เป็นรสชาติของชีวิตดีเหมือนกัน มีเรื่องให้ตื่นเต้น ทำให้หนังผีขายออกและดูมันอย่างได้อรรถรส หรือบางครั้งก็ทำให้สาวถือโอกาสกอดแขนหนุ่มได้อีกด้วย 555
แต่ถ้าให้ผมเลือกก็คงเลือก ไม่กลัวดีกว่า สะดวกดี มันก็เหมือนกับที่ผมกลัวแมลงสาบ พิมพ์อยู่ตอนนี้ก็คิดว่า เออเป็นสีสันของชีวิตดีเหมือนกัน ได้ใจเต้นตึกตัก แต่พอเอาเข้าจริงๆ ความกลัวมันไม่เคยทำให้ใครขำ

ชั่วโมงที่ผ่านมา ผมได้ดูหนังเรื่อง The Buried Secret Of M. Night Shyamalan โดย Nathaniel Kahn
M. Night คนนี้คือใคร 
เค้าคือผู้กำกับหนังเรื่อง The Sixth Sense , Sign , Unbrakable และ The Villege นั้นเอง คิดว่าทุกคนคงเคยดู(สักเรื่อง)

แล้ว Nathaniel Kahn คนนี้คือใคร
ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน เพียงแต่เค้าคนนี้แหล่ะครับ ที่พบว่ามีความลับอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่ของไนท์
หนังเรื่องนี้ก็คือสารคดี ที่ต้องการจะค้นหาว่าความลับนั้น คืออะไรกันแน่ 

มีเรื่องแปลกประหลาดซ่อนอยู่มากจนผมแปลกใจ เรื่องเป็นยังไง ลองไปหาดูกันเอาเอง 
เพียงแต่ หลังจากได้ดูหลักฐานที่นำมาพยายามร้อยเรียงกัน เรื่องราวประวัติที่หายไปและถูกปกปิดของไนท์ ก็ทำให้ผม รู้สึกคล้อยตามไปกับภาพวิญญาณที่เห็น ว่ามันคงมีอยู่จริง (หวังว่า คนทำหนังคงมีจรรยาบรรณพอที่จะไม่ตัดต่อภาพ ในหนังสารคดี)
คิดดูแล้ว ถ้ามีอยู่จริง แล้ว…ยังไง

ถ้าเรา สามารถติดต่อกันได้ ก็คงดี ผมเชื่อว่ายังมีเรื่องราวในอดีคที่พลัดตกหายไปตามกาลเวลาอันเป็นประโยชน์ต่อปัจจุบันอยู่มาก
ไม่รู้เหมือนกันครับ ที่จริงยังมีเรื่องเทือกๆ นี้ที่น่าสงสัยอยู่มาก การเวียนว่ายตายเกิด นรกสวรรค์ บุญบาป ฯลฯ

…คิดว่าไง?