คำถามหลักของวิทยาศาสตร์ สู่ คำถามหลักของการเมือง

ถ้าเรามองย้อนกลับไป เพื่ออธิบายถึงเหตุผลของความเจริญก้าวหน้าในวงการวิทยาศาสตร์ที่ผ่านมา
ปัจจัยหลักของปรากฏการณ์นี้ คือการเปลี่ยนคำถามหลักของวิทยาศาสตร์
สิ่งที่นิยามจุดมุ่งหมายของตัววิทยาศาสตร์เอง

เดิม เราเคยถามว่า “ความจริงแท้ของธรรมชาติอยู่ที่ไหน”
(พระเจ้า คัมภีร์ บรรพบุรุษ โลกคณิตศาสตร์ หรือกระทั่งการสังเกตด้วยประสาทสัมผัส)
ในปัจจุบัน เราถาม “เราจะตรวจสอบและแก้ไขความเข้าใจผิดๆ ที่มีอยู่ได้อย่างไร”

คำถามข้อหลังนี้นำไปสู่การตั้งหลักเกณฑ์ขั้นต่ำที่ว่า ทุกทฤษฎีต้องพิสูจน์ว่าผิดได้
และได้สร้างทฤษฎีที่ต้องผ่านการตรวจสอบ ทั้งด้วยการทดลองจริง
และการทดลองทางความคิดด้วยคณิตศาสตร์และเหตุผล

วงการวิทยาศาสตร์ได้เลิกค้นหาทฤษฎีที่ถูกต้องอย่างไม่มีวันเปลี่ยนแปลงไปแล้ว
(เพราะถ้ามีทฤษฎีแบบนั้น เราย่อมไม่สามารถพัฒนาทฤษฎีนั้นต่อไปได้อีก)
แต่เราพยายามค้นหาจุดบกพร่องในทฤษฎีที่มีอยู่ เพื่อความเข้าใจที่กว้าง ลึกซึ้ง และถูกต้องมากขึ้นไปเรื่อยๆ อย่างไม่สิ้นสุด

ประเด็นหลักที่ผมเขียนข้อความนี้ขึ้นมา เพราะต้องการจะบอกว่า
เราอาจนำสิ่งที่เราเรียนรู้จากความเปลี่ยนแปลงในวงการวิทยาศาสตร์ มาใช้กับวงการอื่นได้เช่นกัน
เช่น การเมือง

คำถามหลักของการเมือง นั้นไม่ใช่ “อำนาจควรอยู่ที่ใคร”
(ยิ่งลักษณ์ ทักษิณ สุเทพ กปปส เสื้อแดง นายกคนกลาง นักการเมือง หรือกระทั่งประชาชน)
มันเป็นคำถามที่มี connotation ของการให้สิทธิ์ขาด นำมาสู่ความรุนแรง
เลยไปถึงการหยุดและฝากความหวังไว้กับใครคนนั้น ไม่คิดพัฒนาเองต่อไป

คำถามหลักของการเมือง คือ “เราจะป้องกันหรือกำจัดนโยบายหรือผู้อำนาจที่ไม่ดีได้อย่างไร โดยไม่มีความรุนแรง”
และคำตอบของคำถามนี้คือ ประชาธิปไตย

ในสังคมประชาธิปไตยที่ตอบโจทย์ข้อหลังนี้ได้สำเร็จ
มันก็ไม่สำคัญอีกต่อไปว่าใครมีอำนาจ เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เค้าใช้อำนาจไปในทางที่ผิด
เราสามารถหยุดอำนาจเค้าไว้ได้โดยไม่ยากเย็นและไม่มีใครบาดเจ็บ
ฝั่งที่ตัวเองรักหรือเกลียดไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะทุกคนเป็นคนตรวจสอบผู้อำนาจด้วยกัน
นโยบายไหนมีปัญหา หรือใครทำผิดก็ต้องถูกดำเนินการ

พูดอีกอย่างคือ ประชาธิปไตยไม่ได้ตอบว่า เราจะเลือกคนดีเข้ามาอย่างไร
แต่ตอบว่า เราจะเอาคนไม่ดีออกไปด้วยวิธีการที่ดีอย่างไร

เมื่อมองความเป็นจริงของประเทศไทยในตอนนี้ เราก็จะพบว่า
ความเข้าใจผิดที่ว่าการเมืองเป็นเรื่องของ “อำนาจอยู่ที่ใคร” ส่งผลให้ประชาธิปไตยของไทยเป็นอย่างในปัจจุบัน
นั้นคือ พอมีเลือกตั้งแล้ว ก็ถือมีอำนาจอยู่กับประชาชนแล้ว เป็นอันจบหน้าที่ประชาธิปไตย
แล้วทุกคนก็จะเลือกตั้งให้อำนาจกับฝั่งตัวเองอยู่ดี

หากเราตั้งคำถามที่ถูกต้อง เราคงพบว่า ระบบของไทยเราตอนนี้ ยังแทบจะตอบโจทย์ …ไม่ได้เลย
ประชาธิปไตยที่จะตอบปัญหานี้ ต้องเป็นประชาธิปไตยที่มีระบบการตรวจสอบที่ชัดเจน
สนับสนุนการวิจารณ์และชี้แจงปัญหาที่มีอยู่ด้วยเหตุผลในทุกระดับ และมีกระบวนการริดอำนาจที่ทำงานได้จริง

แม้จะดูว่ายังห่างไกล แต่ความพยายามของสังคมที่จะตอบโจทย์นี้จะไม่สูญเปล่า
เพราะผลลัพธ์ของโจทย์นี้ไม่ใช่การฝากความหวังกับใครกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งแล้วหยุดรอ
แต่ความกระตือรือร้นที่จะชี้แจงปัญหาที่มีอยู่ตลอดเวลา และพัฒนาต่อไปด้วยตัวเองอย่างไม่สิ้นสุด

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s