ระดับของทางเลือก

[ต่อมาจาก entry ที่แล้ว การให้ทางเลือก]
ผมเชื่อว่า ระดับของทางเลือกแต่ละระดับเหมาะกับคนต่างกัน เช่น
มือถือหรือ OS ที่ให้คน config ได้ทุกอย่าง ก็คงเหมาะกับผู้เชี่ยวชาญ
ส่วนติดต่อผู้ใช้บนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่เรียบง่าย ใช้ง่าย
ก็คงเหมาะกับคนที่อยากใช้ชีวิตของเค้าไปกับเรื่องที่สำคัญกับเค้าเรื่องอื่นๆ

แต่เรื่องบางเรื่อง เราไม่สามารถปล่อยให้มีหลายๆ ระดับ แบบสินค้า หรือ ระบบมือถือได้
เราจำเป็นต้องกำหนดระดับทางเลือกมาตราฐาน สำหรับคนทั้งสังคม อาจจะเพื่อความยุติธรรมหรืออะไรก็แล้วแต่

เรื่องที่ว่าก็เช่น เช่น การเลือกตั้ง(ควรจะมีคนมาคัดกรองในขั้นแรกก่อนไหม) การเซ็นเซอร์หรือจัดเรตติ้งสื่อ

ในหัวข้อเหล่านี้หลายๆ คนอาจจะไม่เห็นด้วยกับการมีคนมาเลือกอะไรให้เรา เพราะเรามีสิทธิและวิจารณญาณเหมือนกับทุกคน

ผมมีตัวอย่างที่คุ้นๆ ว่าฟังมาจาก TED ที่อาจทำให้มองอีกด้านได้
คือมีกฎหมายห้ามแพทย์ตัดสินใจเอง ว่าจะให้เด็กแรกเกิดมีชีวิตต่อไปหรือไม่
ในกรณีที่สุขภาพแย่มาก จะต้องให้อยู่ในตู้เครื่องมือไปตลอดชีวิต เจ็บปวดตลอดเวลา

คือต้องให้พ่อแม่ตัดสินใจในเรื่องนี้ แต่ว่า… คำถามคือพ่อแม่ที่ไหนจะกลั้นใจบอกยอมให้ลูกตาย
นี้เป็นการมอบทางเลือกที่อาจไม่เรียกว่าทางเลือก แต่มอบอนาคตที่”โหดร้าย”ได้หรือเปล่า

5 thoughts on “ระดับของทางเลือก

  1. มันก็มีเยอะไปไม่ใช่เหรอ กรณีที่ต้องยอมอนุญาตให้แพทย์ถอดเครื่องช่วยหายใจ ล่าสุดก็ http://matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1305794475&grpid=00&catid=&subcatid= (โอเค ไม่ใช่เด็กแรกเกิด แต่ก็คงน่าใจสลายไม่ต่างกัน)

    คือสุดท้ายแม้เราจะบอกไม่ได้ว่าชีวิตมีราคาเท่าไร แต่เราก็บอกไม่ได้เช่นกันปะว่าชีวิตมีราคาไม่จำกัด ถึงขนาดที่ว่าจะสามารถเลี้ยงร่างกายที่ไม่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของสังคมได้อีกไปตลอดชีวิต หรือจนกว่าที่จะมีหนทางแก้ไข

    ส่วนตรง “เรื่องที่ว่าก็เช่น เช่น การเลือกตั้ง(ควรจะมีคนมาคัดกรองในขั้นแรกก่อนไหม) การเซ็นเซอร์หรือจัดเรตติ้งสื่อ” นี่หมายความว่าไงวะ งง

    • การเลือกตั้งตอนนี้ ก็มีกฎในการกำหนดคุณสมบัติ สส. ไว้บางใช่มะ ก็เป็นการจำกัดตัวเลือกมาให้ประชาชนแบบนึง กฎพวกนี้สมเหตุผลไหม
      หรือจะคิดว่า คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยสนใจการเมืองอยู่แล้ว ควรจะมีอะไรแนวที่เค้าว่า ระบบคัดคนดีโดยกรรมการซักอย่างไหม มันจะดีจริงป่าว

      ทำนองเดียวกันอ่ะ การเซ็นเซอร์ก็คือมีคนบางคนเป็นห่วงประชาชน (ฮา) เลือกบางอย่างมาให้สังคมแล้ว

      สองเรื่องนี้ สังคมมันกำหนดมาให้ทั้งสังคมอ่ะ ยังไม่มีแบบ…
      แบ่งระดับการเลือกเป็น 2 แบบ เช่น คนสนใจเลือกตั้งแบบละเอียด, คนไม่สนใจขอเลือกนโยบายอย่างเดียวไม่สนคน อะไรแบบนี้

      • เรื่องคุณสมบัติ ส.ส. นี่ เข้าใจว่าส่วนหนึ่งก็เพราะมันเกี่ยวข้องกับงบประมาณด้วยปะ ที่แต่ละพรรคจะได้งบหาเสียงจากส่วนกลาง เลยต้องตัดตัวเลือกที่ unlikely สุด ๆ ออกไป เช่น เด็กกว่า 25 หรือวิกลจริต อะไรงี้

        อีกอย่าง คุณสมบัติ ส.ส. ก็ไม่ใช่ว่าจะคัดเอาแค่คนดีอะไรนะ เพราะมันวัดไม่ได้อยู่แล้ว เคยติดคุกยังสมัคร ส.ส. ได้เลย (แต่ต้องพ้นโทษมาแล้วอย่างน้อย 5 ปี)

      • อืม… คืองี้ ประเด็นจาก entry นี้คือ
        ถ้าจะ perfect ถ้าแต่ละคนได้ ระดับตัวเลือกที่เหมาะกับตัวเอง

        แต่บางเรื่องทำไม่ได้ ก็ต้องกำหนดมันไป
        แต่ก็”ไม่รู้”เหมือนกันว่าจะกำหนดลงแบบไหนดี

        ทุกตัวอย่างที่ให้มา ไม่ได้จะบอกว่าดีหรือไม่ดี เห็นด้วยหรือเปล่าเลยอะ
        แค่โยนไปเป็นประเด็นว่า เรื่องบางเรื่องแม่งดันต้องกำหนดลงไปซักอย่าง แต่จะแก้ยังไงหรือมันดีไหม กูก็ไม่รู้จริงๆ

        เช่น เรื่อง สส. นี้ ก็คิดว่าไม่มีความรู้จะ weight ว่าที่เป็นอยู่มันดีไหม เหมือนกัน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s