ความสัมพันธ์ของโอกาสและความทุ่มเท

เอาไงดีกับชีวิต ?
เราถามตัวเองด้วยคำถามนี้ถี่ขึ้นเรื่อยๆ
เพราะเราเริ่มรู้สึกขึ้นเรื่อยๆ ว่าถ้าเราไม่เลือกที่จะทุ่มเทไปกับซักเรื่องเต็มตัว เราอาจกลายจะเป็นคนที่ไม่มีอะไรเลย

เราเคยคิดว่า การเลือกที่จะจริงจังกับอะไรไปซักอย่าง ถือเป็นการตัดโอกาสชีวิตอย่างนึง  การที่เราเข้าคอมโอลิมปิกและตัดสินตัวเองให้เข้าวิศวะคอม ถือเป็นการตัดโอกาสต่างๆ ด้านศิลปะของเราไปเหมือนกัน

แต่มองอีกด้าน เรื่องทุกๆ เรื่องมีความลึกซึ้งของมันอยู่ การจริงจังกับอะไรซักอย่างไปนั้น ก็ทำให้เรามองเห็นรายละเอียดต่างๆ ของมัน เช่นตอนนี้ที่เรามองเห็นแล้วว่า มันไม่มี “เก่งคอมพิวเตอร์”  มันมีแต่รู้ลึกด้านฐานข้อมูล ด้านการประมวลผลแบบขนาน ด้านทฤษฎี…  ในแต่ละด้านก็มีเรื่องย่อยลงไปอีก นั้นคือถึงเราจะจริงจังลงไปในเรื่องหนึ่ง มันไม่ได้ทำให้เรา”รู้สึก”ว่าโลกนี้มีทางเหลืออยู่น้อย

และมากไปกว่านั้น การที่เรารู้ลึกและเชี่ยวชาญด้านใดด้านหนึ่ง นั้นย่อมทำให้เกิดความโดดเด่นเป็นที่รู้จัก และเมื่อเป็นที่รู้จักก็ย่อมมาโอกาสดีๆ ป้อนเข้ามาอีก

นั้นทำให้เราเริ่มรู้สึกว่า เราควรต้องเลือกอะไรซักอย่างแล้ว แต่ปัญหาใหญ่คือ แล้วจะเป็นอะไรดีหล่ะ  งานทฤษฎีที่เราคิดว่าเราดูจะความถนัดมากคนอื่นหน่อย (แต่ก็รู้สึกว่าเรายังอ่อนทีเดียวเมื่อเข้าไปศึกษาจริงๆ)  หรือจะเป็นด้านพาราเลลที่ดูน่าสนใจ  หรือจะทุ่มเวลากับการเล่นดนตรี แต่งเพลงมากขึ้น  หรือเราจะเต็มที่กับงานเพื่อสังคมที่มันดูน่าท้าทาย สนุก และยังได้รู้สึกว่ามันน่าจะคุ้มค่าชีวิต

เราไม่รู้ว่าควรเอายังไงดี เรายังอยากทำอะไรต่างๆ ที่เราทำอยู่เรื่อยๆ แต่การที่เราแบ่งเวลาให้ส่วนนั้นนิดส่วนนี้หน่อยทำให้เสียเวลากับการจัดการมากไปและการไม่มีเวลาที่ต่อเนื่องนั้นมีผลต่อสมาธิและทำให้ประสิทธิภาพน้อยลง

แต่ประเด็นสุดท้ายคือ แล้วหลากหลายนั้นจะถือเป็นจุดเด่นได้หรือเปล่า สตีฟ จ๊อบ เคยบอกว่าเราจะไม่มีทางรู้ว่าสิ่งที่เราสนใจอะไรต่อมิอะไรมันมีประโยชน์ต่อเราแค่ไหน ก่อนที่สิ่งนั้นจะเป็นพื้นฐานของความสำเร็จที่เรานึกไม่ถึง ถ้าเป็นแบบนั้นที่เรามั่วๆ อยู่ตอนนี้อาจจะเป็นเรื่องดีที่คุ้มมากในอนาคต (อาจจะดูเข้าข้างตัวเองอยู่มาก)

ยังคลุมเคลือจริงๆ ครับ ว่าจะเอายังไงดี..  (ใครมีแนวทางอะไรที่น่าสนใจ รบกวนบอก)
รู้แต่ว่า ตอนนี้ต้องทำตัวให้ยุ่งเหยิงน้อยลง เพื่อมีเวลาทำงานกับอาจารย์มะนาวมากขึ้นมากๆ

14 thoughts on “ความสัมพันธ์ของโอกาสและความทุ่มเท

  1. heha says:

    ทำงานที่ตัวเองรู้สึกสนุกและท้าทาย เก่งด้านนั้นป่าว มีคนเก่งกว่าเราป่าวไม่สนใจ แต่ขอให้สนุกกับมันเป็นใช้ได้ เมื่อหาสิ่งนั้นพบ เรื่องการแบ่งเวลา การทำงานให้สำเร็จเป็นชิ้นเป็นอัน และสิ่งจำเป็นเพื่อก้าวไปสู่จุดนั้นจะตามมาเอง แต่ปัญหาที่สำคัญที่สุดคือต้องหามันให้พบครับ ถ้าหาไม่พบจะเหมือนตัวเองทำอะไรอยู่ก็ไม่รู้ ดูล่องลอยๆ ไร้แก่นสาร แม้จะมีงานที่ต้องทำอยู่เรื่อยๆ หาคนที่ทำงานแบบเราได้ยาก แต่ถ้าตัวเองไม่รู้สึกสนุก รู้สึกท้าทายกับมันก็ไร้ความหมาย เหมือนพี่ตอนนี้ ฮาๆ

  2. ไม่อยากบอกให้ค่อยๆคิดหรอกนะ รีบๆคิดไว้แต่เนิ่นๆน่ะดีแล้ว

    แกยังดีกว่าพี่ที่เวลาจะไม่เหลือแล้ว และ ดีกว่าคนหลายๆคนที่ยังไม่ได้เริ่มจะคิดถึงเรื่องนี้ด้วยซ้ำ

    มีคำพูดอยู่คำหนึ่งที่ว่า “ไม่ว่าแกจะคิดอะไร แกคิดถูกแล้ว”

  3. ไม่อยากบอกว่า จริงๆ แล้วอย่างละนิดอย่างละหน่อย จะเหมาะกับงานบริหาร
    แต่อิ๊กก็ดันไม่ชอบงานบริหาร

    เป็นความซวยของชีวิต

  4. @zerothman ที่จริงผมก็ชอบงานบริหารอยู่นะ จากที่เป็นหัวหน้างงานวิชา large software แล้วรู้สึกดีอะครับ ผมแค่รู้สึกว่าผมไม่ชอบการเมืองในการทำงานเท่าไหร่

  5. jittat says:

    ไม่ลองทำจริง ๆ จัง ๆ สักด้านไม่รู้หรอกว่ามันจะเป็นยังไง ทำแล้วไม่ชอบ ก็เปลี่ยนได้ชีวิตอีกยาวไกล

    ตอนปีสี่ ผมทำ project ทำพวก parallel + hardware เขียน bios อะไรพวกนี้ ตอนนี้ทำ theory ในอนาคตก็ไม่แน่

    คนเราเปลี่ยนได้ แต่ถ้าไม่ได้ทำอะไรจริงจังเลยสักอย่าง คงไม่มีโอกาสได้ “เปลี่ยน” อะไร

    บางทีเวลาที่เอามาคิดว่าจะเลือกอะไร ถ้าใช้มากไปก็อาจไม่คุ้ม บางทีถ้าเอามาทำ ๆ ก่อนเลยอาจจะเข้าใจตัวเองมากกว่าที่คิดอย่างเดียว

  6. TANG says:

    โดนอ่ะอิ๊ก
    เคยลองลงมือทำอะไรมากมายที่ตัวเองชอบ แล้วก็พบว่ามีหลายอย่างที่เราทำได้ดีและมีความสุขที่จะทำมัน แต่พอถึงเวลาที่จะต้องเลือกงานที่ทำอย่างจริงจังสักด้าน และคงทำให้มีโอกาสน้อยมากที่จะได้ทำเรื่องอื่นๆอีก มันก็รู้สึกตัดสินใจยากมากเลยอ่ะครับ ถ้าจะยังดึงดันทำทั้งหมดไปเรื่อยๆมันก็รู้สึกว่าอาจจะกลายเป็นคนที่รู้แต่เรื่องผิวๆมากมายแต่ไม่ลึกสักเรื่องเลยอ่ะ

  7. เฮ้ย… ตอนเขียน comment ไม่ได้อ่าน paragraph สุดท้ายให้ดี

    ซวยล่ะ… ที่เขียนไปไม่ได้หมายถึงว่าให้มาทำ theory ได้แล้วนะ ทำอย่างอื่นก็ได้นะ

  8. เลือกทำอะไรจริง ๆ จัง ๆ ก็ดีครับ

    แต่ถ้าทุ่มเทไปสัก 10 ปีแล้วพบว่ามันไม่ใช่ล่ะ?

    ถึงตอนนั้นชีิวิตอาจจะไม่เหลืออย่างอื่นให้ทำแล้ว

    มุ่งหน้าอันที่คิดว่าเจ๋ง ๆ สักอัน ส่วนที่เหลือก็แตะ ๆ ไว้เป็นทางถอยแหละครับ

    อย่าลืมหาแฟนด้วย

  9. Chayanin says:

    ตอนนี้รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเป็ดอยู่เหมือนกันครับ

  10. หลับตาแล้วจินตนาการภาพตัวเอง ว่าในมืุอถืออะไรอยู่ ถ้ามันยังเป็นความว่างเปล่า ก็ให้ลองคิดว่าอยากจะให้อะไรมาอยู่ในมือของเรา แล้วจะทำให้เรายิ้มได้

  11. ตอนนี้เราก็ทำอยู่หลายอย่างมาก

    แต่ก็ยังไม่ได้ทำอะไรจริงจังแบบจริงจังสักอย่างเหมือนกัน

    ขอบคุณที่ทำให้ได้อ่านความคิดเห็นดีดี

    ต้องเริ่มแล้วซินะ

  12. พีต้า says:

    ทางแรกคือลองหาจุดร่วมของสิ่งที่นายชอบกับสิ่งที่ถนัด มีทางให้มาบรรจบกันมั้ย? แล้วลองจริงจังกับมัน

    ทางทีสองคือลองคิดเนกทีฟ ไม่เอาทั้งชอบและถนัด ลองทดลองอะไรที่สดใหม่กว่านั้น ไม่ชอบ ไม่ถนัด

    ทางที่สามอยากทำไรทำ อย่าพึ่งใส่ใจพรุ่งนี้ เอาความคิด ณ วินาทีนี้เลย

    ทางที่สี่มาเล่นตลกกับกูละกัน..

  13. niamo says:

    ชีวิตแบ่งเป็น 3 ช่วง

    ช่วงค้นหา

    ช่วงสร้าง

    ช่วงใช้ชีวิต

    เราแนะนำว่าในสังคมที่โหดร้ายนี้ ให้หาอะไรที่ตัวเองถนัด(แต่อาจจะไม่ชอบ) รีบสร้างชีวิตไปก่อน(อย่าใช้เวลาในช่วงค้นหานานเกิน) เมื่อเราเริ่มสำเร็จในชีวิตที่สร้างมากับมือ ค่อยเริ่มค้นหาความชอบในชีวิต และทำมันเป็นงานอดิเรกไปเลย

    ส่วนเรื่องใช้ชีวิต ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของธรรมชาติ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s