intel blogger day 2008

เมื่อวันที่ 11 ต.ค. 50 ได้มีโอกาสไปงาน intel blogger day 2008 มาครับ

ผมไม่แน่ใจนัก แต่คิดว่าน่าจะเป็นครั้งแรกในไทยหล่ะที่บริษัทใหญ่ๆ สนใจที่จะมาสื่อสารกับ blogger บ้าง แทนที่จะแถลงข่าวกับนักข่าวอย่างเดียว  ผมว่านี่สะท้อนว่า blogger ในไทยเรา เริ่มจะเป็นที่เห็นชัดมากขึ้นแล้วหล่ะว่ามีอิทธิพลต่อการเลือกซื้อ  (ในต่างประเทศมีงานคุยกับ blogger แบบนี้เยอะแยะ — intel เค้าบอกมาเอง– เรายังไกลจากต่างประเทศเยอะ)

งานนี้เรียกว่าเปิดการโลกของความรู้เกี่ยวกับ สถาปัตย์คอมในโลกความจริง ของผมเลย (ต้องขอขอบคุณอาจารย์เขม ที่ทำให้เข้าไปฟังแล้วยังพอรู้เรื่องบ้าง) นอกจากนี้ อาหารว่างที่ร้านพาชิโน(สยามสแควร์ ระหว่างสยามสแควร์ซอย 4 และ ซอย 5 ด้านหลังโรงหนังสยาม) นั้นอร่อยมากๆ ครับ  สุดๆ งานนี้ กำไรมากมายครับ

พูดถึงคำว่าสถาปัตย์ แต่ก่อนผมจะคิดแค่ว่ามันคือ ศาสตร์แห่งการออกแบบให้แจ่มๆ หล่อๆ เพราะนึกถึงคณะสถาปัตย์บ้านเรา  แต่หลังจากได้เรียนวิชา computer architecture  หรือได้อ่านบทความเกี่ยวกับ architecture จากที่ต่างๆ ผมว่าผมเก็ตความหมายของสถาปัตย์ได้ลึกขึ้น ซึ่งน่าจะทำให้ไปออกแบบอะไรได้ตรงจุดมากขึ้น

ผมว่า สถาปัตย์คือศาสตร์การหาจุดสมดุลของ trade-off ที่มีอยู่ ให้มันตอบจุดประสงค์ของเราได้..แก่นของออกแบบก็คือความสมดุลนั้นเอง

ทีนี้ถ้าเราจะออกแบบที่ให้มันกินตลาดได้ เราจะต้องทำอย่างไร  ..นี้เป็นสิ่งที่คุณเอกรัตน์ได้พูดถึง ตอนย้อนอดีตของเค้าให้ฟัง (ผมจับเอามาขยายความเอง)

สิ่งที่เราต้องทำนั้น ก็คือหาจุดสมดุล “ของเวลานั้นๆ” ให้เจอ  mp3 เป็นตัวอย่างหนึ่งที่ดีที่สามารถ take over ตลาดได้หมด  ด้วยความที่มีขนาดเล็กมาก ในขณะที่ยังมีคุณภาพที่พอรับได้อยู่

ต่อไปจะขอพูดถึงความรู้ที่ผมได้หลังจากฟัง intel พูดและถามเพื่อนๆ โดยเฉพาะจั้ม(อาจจะเป็นเรื่องพื้นๆ อะนะครับ เพราะผมมันไม่ค่อยมีความรู้) และจะพยายามไม่เขียนซ้ำกับ blog ที่เพื่อนๆ ได้เขียนถึงไปแล้วนะครับ

  • การที่ผลิต CMOS ได้ขนาดเล็กลงนั้น(เช่นจาก 65nm เป็น 45nm) เดิมดูเหมือนว่าเป็นสุดยอด solution เพราะจะทำให้ผลิตได้เยอะขึ้น และความร้อนยังน้อยลงอีก  พอความร้อนน้อยก็ทำให้เร่ง clock speed ได้มากขึ้น(ช่วง 2-3 ปีมานี้ CPU เพิ่มความเร็ว clock ไม่ได้แล้วเพราะความร้อนจัด)

    แต่ปรากฏว่า การที่ชิบเล็กลง เวลาที่ไฟฟ้าเปลี่ยนสถานะศูนย์หนึ่งไปมานั้น กลับเพิ่มอัตรารั่วของอิเล็กตรอนมากขึ้น ซึ่งนี้เป็นสิ่งที่ทำให้ความร้อนสูงขึ้นอีก  ทีนี้ intel เค้าบอกมาว่าด้วยเทคโนโลยี hi-k metal gate นั้นจะทำให้อิเล็กตรอนรั่วน้อยลง ฉะนั้นชิบ intel เลยเร็วได้สุดๆ

  • ผมเพิ่งได้รู้จักกับคำว่า hypertransport ของ AMD และ quickpath ของ intel ก็หลังจากมางานนี้  คือแต่เดิมนั้น CPU จะติดต่อทุกๆ อย่างผ่าน FSB(Front Side Bus) ไม่ว่าจะ mem หรือ I/O ก็ตาม  ซึ่งมันก็เรื่องที่ดีนะ ตามหลัก hierachy of memory

    แต่ทีนี้พอเทคโนโลยี multi-core มันเกิดขึ้น quickpath เลยมีประโยชน์มาก ก่อนอื่นอธิบายโครงสร้างหลักๆ ของมันก็คือ การรวม memory controller เข้ามาใน CPU ทำให้เวลา CPU แต่ละตัวจะ access mem แล้วไม่ต้องแย่งกัน access ผ่าน BUS ซึ่งจะทำให้เกิดคอขวดขึ้นหน่ะครับ  อีกอย่างหนึ่งคือการเพิ่มเส้นทางการคุยกันเองระหว่าง CPU (ไม่ผ่าน BUS) ทำให้คุยกันได้เร็วมาก

    เวลาทำงานจะเป็นแบบนี้ครับ ก็คือเราจะกำหนดแบ่ง RAM เป็นโซนๆ แล้วมอบหมายให้ core แต่ละตัวคอยดูแลการคำนวณข้อมูลในแต่ละส่วน  ทีนี้พอ core ไหนได้รับคำสั่งที่ต้อง access RAM ที่ไม่อยู่ในความรับผิดชอบตัวเอง ก็สามารถโอนคำสั่งไปให้ตัวอื่นได้อย่างรวดเร็ว (เท่าความเร็ว CPU)  นอกจากนี้ core แต่ละตัวก็ทำงานของตัวเองไปอย่างเร็วด้วย ไม่ค่อยต้องรอกันเพราะ dependence ของข้อมูลจะไม่ค่อยเกิด (ข้อมูลที่แต่ละ core คำนวณมันอยู่ไกลกันคนละโซนไงครับ)

  • google ผลิต server เองครับ ไม่ได้ซื้อของคนอื่น ซึ่งปรากฎว่าประหยัดไฟมากๆ
  • ประโยคเด็ดจากพี่ javaboom สิ่งใดๆ ก็ตามที่ไม่สามารถทำให้รับรายได้ได้นั้น มันจะค่อยๆ ตายลงไปช้าๆ   …นี้มันโคตรจริงเลยนะเนี่ยครับ (พี่เค้ายกตัวอย่างเช่น Grid computing)
  • ที่จริงมีเรื่อง cloud computing ที่พี่ javaboom ได้พูดถึงไว้ และทำให้ผมชัดเจนขึ้นมากแต่ใน blog ของพี่เค้าไ้ด้อธิบายไว้อย่างดีมากแล้วครับ

ที่จริงมีเรื่อง wimax อีกนิดหน่อย แต่ผมไม่ค่อยสนใจหน่ะครับ แต่ยังไงก็ตามก็ตามก็ต้องขอบคุณ intel ที่จัดงานดีๆ แบบนี้ให้นะครับ หวังว่าบริษัทอื่นๆ จะทำแบบนี้บ้างจัง

ผู้อ่านสามารถอ่านความรู้จากงานนี้ได้จากที่อื่นด้วย

5 thoughts on “intel blogger day 2008

  1. อ่านไม่รู้เรื่องครับ

    ว่าแต่…

    -ความรัก-ที่ม่สามารถทำให้รับรายได้ได้นั้น มันจะทำให้เราค่อยๆ ตายลงไปช้าๆ…จริงรึเปล่าครับ

    (ขอโทษที่นอกเรื่องครับ)

  2. ถึงพี่ก้อนจะถามมาเล่นๆ แต่ผมก็ตอบจริงๆ ละกันครับ
    เผื่อจะเป็นประโยชน์ต่อใครก็ตาม

    “สิ่งใดๆ ก็ตามที่ไม่สามารถทำให้รับรายได้ได้นั้น มันจะค่อยๆ ตายลงไปช้าๆ”

    ทำให้รับรายได้ หมายถึงสามารถทำให้ได้เงินเสมอหรือ? ถ้าอ่านประโยคแบบตีความหน่อย ก็ต้องบอกว่าไม่ใช่ครับ
    คนพูด หมายถึงกลไกในตัวมันเองที่มา cover cost ของมัน

    เราอาจดูตัวอย่างง่ายๆ จากพวกเว็บ 2.0 แน่นอนถ้าเว็บดัง มันต้องใช้ค่าใช้จ่ายของ server เยอะ แต่สิ่งสำคัญกว่านั้นคือ การออกแบบ usability ให้คนมา contribute เว็บได้สะดวกด้วย (นี่คือรายได้ในความหมายที่ไม่ใช้เงิน) เมื่องั้นมันก็จะตายลงไป

    สำหรับความรัก.. ผมคิดว่ารายได้ที่ว่านั้น หมายถึง ความโรแมนติก

  3. แวะมาทักทายครับ ขอบคุณมากที่ชมนะครับ จริงๆประโยคที่ผมอ้างถึง อยากจะเน้นคำว่า อนิจจัง ทุกขัง อนัตตาครับ มันไม่เที่ยงแท้แน่นอน แต่กิจการใดๆที่ไม่ incentive เป็นตัวเงิน มันจะค่อยๆซบเซา และตายไปในที่สุด สำหรับ Grid ตัวที่เป็น incentive อาจจะเป็นความร่วมมือสถาบันครับ แต่รัฐบาลก็มีส่วนสำคัญมากๆครับในการอุ้มชูหรือเป็น incentive ลองดูตัวอย่างจาก ThaiGrid ครับ ที่ผ่านมาๆ ก็ผ่านวิกฤตต่างๆไปได้เพราะความร่วมมือและความจริงใจครับ แต่ถ้ารัฐไม่อุ้ม ไม่เพิ่ม incentive แล้ว ก็ …. ต่อเอาเองแล้วกันครับ

    จริงๆ Grid ก็คงไม่ตายไปไหนหรอก คำว่า Grid ก็คงยังใช้อยู่ครับ แต่ Grid อาจจะมีแนวโน้มที่ปรับเปลี่ยนไปมากขึ้น อย่างเช่นเอา success stories จาก Cloud มาปรับเปลี่ยนตัวเองให้ก้าวต่อไปครับ ผมมีตัวอย่างหนึ่งที่อาจจะสรุปแนวโน้มอะไรไม่ได้มาก แต่ก็ทำให้มองเห็นอะไรได้หยาบๆ เช่น เว็บข่าวยักษ์ใหญ่ด้่าน Grid Computing ชื่อ GridToday.com ท้ายที่สุดก็เปลี่ยนไปเป็น On-DemandEnterprise.com โดยเน้นเสนอข่าวไปที่ Cloud Computing และ Virtualization และมี Grid แซมเข้ามาด้วย แค่ชื่อเว็บมันก็บ่งบอกถึงเงินๆทองๆได้ไม่มากก็น้อยครับ

    ตอนบรรยายในงาน Intel Blogger Day ผมบรรยายได้แย่มากๆครับ ไม่ได้เตรียมตัวเลย แถมในใจผมก็มีเรื่องทุกข์ร้อนครับ ผมเพิ่งจะทำใจได้ และกลับมามีสติได้ไม่นานนี่เองครับ

    อย่างไรก็ตาม ก็ไว้ค่อยสนทนากันนะครับ หวังว่าคงเจอกันอีกครั้งครับ

  4. ไม่ต้องอ่านก็เดาได้ตั้งแต่แรกแล้วว่าพี่ก้อนจะคอมเมนต์อะไร

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s