ไม่รับ ร่างรัฐธรรมนูญ

มาอัพเรื่อง รับ-ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ขึ้นวันนี้อาจจะสายไปด้วยซ้ำ (เผอิญช่วงนี้อ่าน มังกรคู่สู้สิบทิศ อย่างเมามัน)
แต่ก็ไม่เป็นไร ทำให้ได้ทบทวนความคิดตัวเอง และได้ลากเพื่อนๆ มาอ่าน 555
ความเห็นของผม หลังจากพยายามอ่านรวบรวมข้อมูลต่างๆ ในอินเตอร์ หนังสือพิมพ์ นิตยสารway และคุยๆ กับเพื่อน

ก็ขอลงความเห็นว่า “ไม่รับ” ครับ

เหตุผลที่ไม่รับ ของผมคือ

  1. อำนาจของสถาบันตุลาการ มายุ่งกับการเมือง
    หนึ่ง องค์กรอิสระ เพราะปัญหาที่ ทักษิณซื้อคนในองค์กรอิสระ รธน50นี้เลยให้ อำนาจในการคัดสรรคนในองค์กรอิสระ กลายมาเป็น ของสถาบันตุลาการครับ
    สอง สมาชิกวุฒิสภา จาก 150 คน ประมาณครึ่งหนึ่งเลือกตั้ง แต่อีกครึ่งแต่งตั้งโดย จากฝ่ายศาลและองค์กรอิสระ(ซึ่งก็คัดมาจากศาลอีก) แต่ว่า สว กลับมีอำนาจมากในการถอดถอน นายกรัฐมนตรีซึ่งมาจากการเลือกตั้งได้ จะเห็นว่ากลไกนี้ มันทำให้ถ้าศาลเบื่อนายกแล้ว เลือกตั้ง สว เมื่อไหร่ ก็จบกันครับ
    …ทีนี้ ปัญหาอยู่ที่ว่า ถ้าเกิดคนที่คัดมาทำผิดกฎหมาย มันย่อมมีผลต่อการตัดสินของศาล เพราะตัวศาลเองที่เป็นคนคัดเข้ามา
    ทำให้ตลอดมาตุลาการซึ่งอาจเป็นสถาบันเดียวที่เรียกว่าเป็นกลาง หมดความเป็นกลางลงไป ซึ่งปัญหาที่อาจบานปลายย่ำแย่
  2. อำนาจในองค์กรอิสระที่มีเพิ่มขึ้นมาก เรียกว่าใหญ่กว่านักการเมืองอีก แต่ขณะที่นักการเมืองต้องเปิดเผยทรัพย์สินทุกอย่าง แต่กลับไม่มีกฎให้ ตัวคนในองค์กรอิสระเองเปิดเผย องค์กรอิสระเองควรจะเปิดเผยมากกว่าอีกนะครับ
  3. มีมาตราบางข้อที่สื่อถึงการต่อท่ออำนาจอย่างชัดเจนครับ
    คือ คณะกรรมการปฏิรูปกฏหมาย (คนที่ กำหนดและร่างกฏหมาย และองค์กรปฏิรูปกฏหมาย) คณะกรรมการชุดนี้จะได้รับการแต่งตั้งโดย “คณะรัฐมนตรีที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ในวันที่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้” ซึ่งก็คือรัฐมนตรีปัจจุบันนี้เอง
    ซึ่งผมเองก็ไม่เข้าใจจริงๆ ครับว่าเขาพลาดไปหรือ มีเหตุผลอะไร ทำไมไม่รอให้หลังเลือกตั้ง
  4. ต่อไปคือระบบเลือกตั้ง ซึ่งมี ระบบเขต กับ บัญชีรายชื่อ เรื่องนี้ผม ไม่รู้สึกว่าแย่มากมาย แต่ก็คิดว่าของเดิมดีกว่านะครับ
    ระบบเขต จากเดิม 1 เขต 1 สส เปลี่ยนเป็นแบบ ระบบพวง(เค้าเรียก – -“) คือเขตละไม่เกิน 3 คน คำนวณจากสัดส่วนผู้มีสิทธิออกเสียงในเขตนั้นๆ และทำให้เขตเลือกตั้งใหญ่ขึ้นด้วย ผมอ่านดูแล้วไม่มีความเห็นเท่าไหร่
    ปัญหาคือ ระบบบัญชีรายชื่อ ที่เปลี่ยนเป็น ระบบ 8 บัญชี (ที่เลือกเป็นพรรค ไม่ได้เลือกคนอะครับ แล้วเอาเปอร์เซ็นต์ที่แต่ละพรรคได้รับเลือกมาที่นั่งของ สส 100 คน)
    เค้าอยากแก้ปัญหาที่ว่า ถ้าคะแนนไม่ถึง 5 เปอร์เซ็นต์แล้วจะตัดทิ้งไปเลย โดยแบ่งเขตประเทศเป็นกลุ่มจังหวัด 8 กลุ่ม แล้วก็ไม่มีเรื่อง ตัดทิ้ง 5 เปอร์เซ็นต์
    คือผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องทำแปลกๆ แบบนี้นะครับ แต่ที่แน่ใจคือระบบนี้อาจมีปัญหา
    หนึ่ง ด้วยระบบนี้ พรรคการเมืองแต่ละพรรค จะได้เปรียบกว่ากัน คือมีปัญหา gerrymandering
    สอง ในเมื่อไม่มี ระบบที่เป็นเขตระดับประเทศแล้ว นโยบายประเทศย่อมลดน้ำหนักลงไป เพื่อเอาใจประชาชนในกลุ่มจังหวัดต่างๆอีก
    สาม ผมรู้สึกว่า เขต 8 เขต ที่เค้าแบ่ง มันไม่รู้ว่าใช้อะไรเป็นเกณฑ์ มีความหลากหลายมากครับ ถ้าจะคิดนโยบายสำหรับกลุ่มจังหวัดเหล่านี้ก็ทำได้ยากอยู่ดี

ที่พูดมานั้นเป็นปัญหาด้าน “เนื้อหา” ของรัฐธรรมนูญนี้
ซึ่งเมื่อลองเปรียบเทียบกับข้อดี ที่มีอยู่เรื่อง สิทธิ เสรีภาพ ที่มากขึ้น และระบบการตรวจสอบที่ทำได้ง่ายขึ้นมาก
คิดดูแล้ว.. สำหรับผม ผมพบว่า โดยรวมข้อเสียมากกว่าข้อดีครับ

โดยไม่ต้องพูดถึง “ที่มา” ของรัฐธรรมนูญนี้ ที่เมื่อมันทำอยู่ใต้รถถัง
แม้เราจะเชื่อใจคณะร่างแค่ไหน(ผมคนหนึ่งที่คิดว่า คณะร่างอย่างไรก็คงบริสุทธิ์ใจอยู่มาก)
แต่ยังไงมันย่อมมีความเป็นไปได้อยู่แล้วครับ ที่ ที่มา มีผลต่อ เนื้อหา
ยกตัวอย่างเช่น เหตุการณ์ที่ไม่ชอบมาพากล ประธานคณะร่างนี้เอง (ตอนแรก มีมติว่า ประธานต้องมาจากสสร.ที่เลือกกัน แป๊บเดียวเปลี่ยนมติ แล้วก็กลายเป็นประสงค์)

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้ผมตัดสินใจแน่ชัดในการเลือกที่จะไม่รับ นั้นคือ “กระบวนการยกร่าง” ครับ
ผมเชื่อว่า การร่าง รธน. ครั้งนี้ มีการวิจารณ์จากประชาชนเพื่อกำหนดบทบัญญัติน้อยมากครับ
(แม้ตัวคณะร่างจะบอกว่า ถามความเห็นประชาชนแล้ว แต่ผมก็เชื่อประชาไทยมากกว่าอยู่ดีครับ ..ถึงจะทำก็คงทำได้แค่เพียง พอผ่านๆ)
ซึ่งถ้าเขียนจากคนแค่กลุ่มหนึ่ง มันย่อมจะมองจากมุมเดียว
แม้จะพยายามแค่ไหนก็เถอะครับ

ผมคิดว่า การจะแก้ปัญหาต่างๆในบ้านเมืองเนี่ย
คนที่ประสบเจอปัญหาโดยตรงเท่านั้นแหล่ะ ที่จะรู้ชัดว่าควรแก้ยังไง
ซึ่งจะทำได้ต้องเอาความเห็นอย่างหลากหลาย
แบบนี้เนี่ย แม้จะตั้งกฎขึ้นมาเพื่อจะช่วยแก้ปัญหา แต่แท้จริงแล้วกลับไม่มีกลไกที่ทำให้กฎนั้นปฏิบัติได้จริง

ประเด็นสำคัญในความคิดผมก็คือว่า
ผมเชื่อ(อย่างมองโลกแง่ดีอยู่)ว่า ถ้ามติออกมาว่า ไม่รับ แล้วนั้น
หลังจากเลือกตั้ง.. (ซึ่งยังไงก็มีเลือกตั้ง ไม่เกี่ยวกับ ถ้ารับร่างแล้วจะทำให้เลือกตั้งได้ คนพูดแบบนั้นนี้ จงใจสร้างความสับสน)
รัฐบาลชุดต่อไป จะต้องจัดทำให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อีกครั้งแน่ๆ
ความคิดผมคือ ตอนนี้ทุกคนหวังรัฐธรรมนูญที่ดีกว่าเดิมไปแล้วหน่ะครับ (ปัญหาคือที่ร่างใหม่มันแย่กว่าเดิม)
ขณะนี้ ทุกคนมองเห็นข้อดีของ 50 กันหมดแล้ว แต่ ฉบับ 50 ยังยอมรับไม่ได้
ผมเชื่อว่า เมื่อขึ้นรัฐบาลใหม่หลังเลือกตั้ง(โดยที่มติคือ ไม่รับ) มันต้องคงมีกระแสกดดันให้ร่างใหม่แบบที่รวมเอาข้อดีในฉบับ 50 นี้มาด้วย
และที่สำคัญคือ มีกระบวนการยกร่างที่มีการวิจารณ์อย่างทั่วถึงกว่านี้
และทุกอย่างก็คงจะดี..

เนี่ยแหล่ะครับ “เหตุผล”

ที่พูดแบบนี้ ไม่ใช่ว่า คนที่ รับไม่มีเหตุผลนะครับ
แต่ผมพูดถึง เรื่องที่ เชื่อมโยงว่า ถ้าไม่รับคือฝ่ายทักษิณ อะไรทำนองนี้
หรือ… แม้กระทั่ง…
การไปลงประชามติ โดยไม่ศึกษาข้อมูล มุมมองของทุกฝ่ายให้ทั่วถึงก่อน
การเอาอคติไปเลือกผมว่า เป็นสิ่งที่เรียกได้ว่า ไร้ความรับผิดชอบ ในฐานะคนไทยอยู่นะครับ
(แม้จะเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้เลย เพราะว่าก็ถือได้ว่า รัฐบาลให้เวลาในการศึกษากับประชาชนน้อยเหลือเกิน)

ถึงที่สุดแล้ว เขียนถึงตอนนี้ก็พอใจแล้ะครับ ผลจะออกมายังไง ก็ต้องยอมรับมัน
ผมคิดว่า เรื่องการเมืองนั้น เอาเข้าจริง สิ่งที่วัดผลสำเร็จ”ที่แท้จริง” ว่าก้าวหน้าหรือไม่นั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ที่เราเห็น
ไม่ว่าจะ เรื่องตัวบทของรัฐธรรมนูญ เรื่องนโยบายต่างๆ หรือแม้แต่ ระดับการคอร์รัปชั่น
ผลลัพท์เหล่านี้ เป็นสิ่งที่ขึ้นกับตัวสภาพขณะนั้น ต้องแก้กลับไปกลับมา
เช่น พอเจอปัญหาทักษิณทิศทางของระบบก็ต้องแก้เรื่องนี้ ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องไปเกิดรูโหว่ ที่อื่นอีก แล้วก็ต้องแก้อีก กลับไปกลับมา
ซึ่งถ้ากลับไปกลับมา ปรากฏว่า ระบบดันกลายเป็นเหมือนเมื่อ 50 ปี ถามว่า นี้เราไม่ได้ก้าวหน้าขึ้นเลยหรือไม่
คำตอบของผมคือ ไม่ใช่ครับ
เพราะสิ่งที่ วัดกันจริงๆ กลับคือ ระดับความมีส่วนร่วมของประชาชนในระบบ
ผมเชื่อว่า ยิ่งระบบใด มีส่วนร่วมของประชาชนมากเท่าใด ก็จะยิ่งปิดช่องโหว่ได้มากเท่านั้น (เรียกว่า แก้กลับไปกลับมา แต่ค่อยๆ ครอบคลุมมากขึ้นๆ)
เพราะอย่างที่เขียนไว้คือ เราจะสร้างกลไกที่แก้ปัญหาใดได้จริง ย่อมต้องสร้างจากผู้ที่ประสบปัญหานั้นๆ กับตัว
(ผมจึงคิดว่า ถ้าเราไม่รับร่าง มันจะเป็นโอกาสกันดีมาก ที่น่าจะเกิดรัฐธรรมนูญที่มีส่วนร่วมจากประชาชนมากๆ ไงครับ)

ฉะนั้น ขอให้ทุกคนที่มาอ่าน ไปใช้สิทธิกันนะครับ และไม่ใช้อคติด้วย

เท่านี้แหล่ะครับ ความเห็นผม
แล้วแต่ละคนคิดว่าไงกันบ้าง

ปล. เป็นครั้งที่สอง สำหรับประวัติศาสตร์ การลงประชามติของโลก ที่ตัดสินการรับ-ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ”ทั้งฉบับ” (ครั้งแรกที่ประเทศพม่า)
ปล2. *เพิ่มทีหลัง หลังเลือกแล้ว* จากใน wiki เอาเข้าจริงประเด็นเรื่อง gerrymandering ผมอาจพลาด รู้เรื่องไม่ครบถ้วน คือ..มันก็มีข้อดีอยู่ด้วย ที่ว่าถ้าแบ่งเขตดีๆ จะทำให้สร้างฐานเสียงลำบาก คะแนนนิยมมาจากนโยบายระดับประเทศจริงๆ (ยังไม่ค่อยเข้าใจอะไรมากอะครับ..)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s