จดหมายเหตุปิดเทอม ’49 [2]

หลังจากจบจากการ “เข้าค่าย” คอมพิวเตอร์วันที่ 26 วันที่ 27 ผมก็มา “จัดค่าย” Cubic-O ต่อทันทีเลย
ค่าย Cubic-O ก็เป็นค่ายที่ผม เอาคอมพิวเตอร์โอลิมปิกที่เรียนมา มาสอนให้กับน้องๆ อย่างที่อยากนั้นเอง

อันที่จริง กว่า Cubic-O จะเกิดขึ้นในวันที่ 27 ได้นั้น ต้องทำอะไรเยอะแยะเหมือนกัน 
ประชาสัมพันธ์ รับสมัคร เตรียมงานอำนวยการ เตรียมหลักสูตร ฯลฯ
ปัญหาเกิดขึ้น แล้วก็ผ่านไป จนค่ายเริ่ม….
ค่ายเปิดขึ้น แล้วก็ปิดไป 
และนี้คือความรู้สึกระหว่าง 2 วรรคข้างบน…

ในเชิงของตัวงานโดยรวม ผมรู้สึกพอใจกับ ค่าย Cubic-O Camp1st ค่ายโอลิมปิกไร้เทียมทานนะครับ ค่ายนี้ผมรู้สึกเหมือนเป็นค่ายที่ผมสร้างมากับมือจริงๆ (ค่ายอื่นๆ ในCubicทั้งหมด พี่นัทเป็นคนเริ่ม) ผมรู้สึกดีใจมาก ที่มันผ่านไปด้วยดี เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คืนวันอำลาผมร้องไห้ อื้ม… อย่างน้อย ชีวิตนี้เราก็ได้สร้างค่ายของตัวเองมาค่ายหนึ่งนะ

ในค่ายนี้ เราติวน้องอยู่ 3 วิชาคือ คอม ชีวะ ฟิสิกส์
วิชาชีวะเป็นวิชาที่ผมรู้สึก ทึ่งมาก ตอนแรกค่ายนี้ผมไม่ได้กะว่าจะให้มีสอนวิชานี้ แต่ใหม่(ซึ่งคิดว่าลากวาวมาทำด้วยที่หลัง)ได้คุยกับรตา แล้วบอกว่าอยากสอน ผมก็okแต่บอกว่าให้วางแผนการสอนมาคร่าวๆก่อน ปรากฏว่า ไปๆมาๆมันก็งานเดินช้ามาก… เอาเป็นว่าพอปิดเทอม วันที่ผมกะจะคุยเครียดๆแล้วว่า คงต้องรีบแล้วเมื่องั้น อาจจะต้องยุบวิชานี้ ก็ผมพบว่าใหม่กะวาวเตรียมสอนมาดีมาก ตำราเอย อุปกรณ์เอย นู้นนี้ๆ เจ๋งหว่ะ ดูจากหลักสูตรแล้วนี้ มันคงได้Labเยอะกว่าที่เราเรียนมาทั้ง ม.ปลาย อีกมั้งเนี่ย สุดยอด มันโคตร ทำให้ชีวะเป็นวิชาสวรรค์เลย ผมรู้สึกขอบคุณใหม่กับวาวมากๆ มากจริงๆ ที่มาช่วยขนาดนี้ เด็กๆชีวะรักใหม่กับวาวมาก เป็นวิชาที่ดูผูกพันกันดีจริงๆ วันคืนอำลาตอนจับมือ ผมร้องไห้ด้วยความ ซึ้ง ทึ่ง ขอบคุณ ประทับใจ ที่ใหม่กับวาวทำได้ดีแบบนี้ ก็ดูเค้าไม่ได้ซึ้งกับผมเลย 555 ฮา… ตัวเอง ตอนนั้นร้องไห้บอก ขอบคุณแกมากเลยนะ เราทึ่งมาก อย่างโน้นอย่างนี้ ใหม่ดูอึ้งๆ พยักหน้าหงึกๆ โถ…เรา…ทำไปได้

(ถึงใหม่กับวาว ขอโทษสำหรับทุกอย่าง ที่เราอาจจะทำไปแล้วทำให้แกเคือง(ซึ่งเราไม่รู้เหมือนกันว่ามีอะไรบ้าง 555) ขอบคุณมากๆนะ แกไม่ได้อยู่ Cubic แต่ก็มาช่วยขนาดนี้ ขอบคุณจริงๆ)

วิชาฟิสิกส์ แม้ว่าผมจะรู้สึกว่า เป็นวิชาที่สอนวิชาการทฤษฎีทำโจทย์หนักไปนิด แต่ถึงอย่างนั้นผมก็รู้สึก ขอบคุณวิทยากรทุกคน โพบอกในคืนอำลาว่าตอนแรกไม่ได้อยากมาทำเลย ผมจำไม่ได้แล้วว่าลากโพมาทำด้วยยังไง เอ๊ะยังไง งง เอาเถอะ ผมรู้สึกขอบคุณโพมากๆ คือใครก็ตามที่ไม่ได้อยู่ใน Cubic team อยู่แล้ว ผมจะรู้สึกขอบคุณเป็นพิเศษ ป๊อยด้วยขอบคุณแกมาก ตลกดีที่ผมเริ่มเรียก ป๊อย ว่า ป๋อย แล้วพี่นัทเอาไปเผยแพร่จนทุกคนเรียกแบบนั้น เป็นความประสบความสำเร็จแบบนึง ดีจัง 555 แล้วก็รตาด้วย ขอบคุณโย้ว กานต์ด้วย น้องชัยวัด น้องถูมิด้วยอีก ใครอีก… อืม… เยอะแฮะ ก๊อต! ถึงจะหลับเยอะแต่ก็ขอบคุณ ตลกดี

วิชาคอมพิวเตอร์ พลับ น้อต แก้ว เซนต์ ถ้าไม่มีคนเหล่านี้ วิชาคอมต้องสลายร่างแน่นอนเลย ท้ายที่สุดแล้ว วิชาคอมก็กลายเป็นวิชาที่ดูเหมือนจะเตรียมการสอนได้น้อยที่สุดแล้ว (แต่เอาเข้าจริงๆผมก็คิดว่าต้องเป็นแบบนี้ เพราะว่าเรากะไม่ได้เท่าไหร่ว่าน้องจะรับได้เร็วแค่ไหน แต่รวมๆแล้วผมว่ามันก็ ok นะ) วิชาคอมที่เรียน 16 วัน อาจเรียกได้ว่าเป็นห้องในฝันของผม เพราะว่ามันมีอะไรทำดี ได้เขียนโปรแกรมจริงๆเลย มีเกมบ้าๆตอนกลางคืน มีสอนเลข มีพี่ที่ไหนก็ไม่รู้มาสอนๆๆๆ ยัดเท่าไหร่ก็ไม่หมด ไม่มีหมดเลย สะใจดี พูดถึงวิทยากร ครั้งนี้ผมซึ้งใจเซนต์เป็นพิเศษ เพราะว่าไม่เคยได้ทำงานด้วยกันเลย แล้วเซนต์ช่วยสอนได้ดีมากๆจนอยากกรี๊ด(ขนาดนั้น) เวลาผมสอนหน้าห้องแล้วจะมีคนไม่เข้าใจเสมอ แล้วเซนต์ก็ช่วยไปย้ำ แล้วดูเหมือนเขาจะไม่เคยเหนื่อยเลย พูดซ้ำไปซ้ำมา อธิบายระเอียดยิบ ผมรู้สึกเศร้าจริงๆตอนวันสุดท้ายของช่วงค่ายแรกที่เซนต์ต้องไป เซนต์ขอบคุณจริงๆนะ …สำหรับกับน้อตผมรู้สึกเป็นการทำงานที่มีความสุขที่สุด ขอบคุณน้อตมาก พลับ แก้วก็เช่นกัน สุดยอดมากที่สร้างตัวตรวจขึ้นมาได้ ขอบคุณโย่ว

พูดถึง staff อำนวยการ ผมรู้สึกสะดวกสบายขึ้นจริงๆ ทุกคนเหนื่อยกันมากๆ(แม้จะเล่นเกมเยอะเหมือนผม – ไม่ทุกคนนะ) ขอบคุณทุกคนมากครับ โดยเฉพาะป๊อป ขอบคุณแกมากๆ ที่อุตส่าห์มาช่วยทำ ตอนนี้ดูเหมือนแกจะได้เข้ามาช่วยงาน cubic เต็มไปหมดแล้ว ดีใจจังที่cubic มีแก

staff ทุกคน นั้นถึงแม้ว่า เราจะเล่นกันเยอะ โดยเฉพาะผมเองในช่วง 3 ที่เล่นเกมplayเป็นบ้าเป็นหลัง แต่ถึงยังงั้น เวลาผมนึกถึงผมว่าผมเป็นคนนอกมองเข้ามา ก็ยังรู้สึกประทับใจมาก ที่พวกเรามาเหนื่อยกัน ขนาดนี้เพื่อน้องๆ เตรียมงานมากมาย (วิชาคอมโดยเฉพาะ 2 ช่วงแรก เรานั่งเตรียมการสอนทุ๊กวัน…จนดึกดื่นตี2 ตี3) และด้วยการรวมแรงของทุกๆฝ่ายมาประผสมประสานกัน มิตรภาพที่ทำให้ค่ายCubic-O ค่ายแรกของผมผ่านไปด้วยดี ความประทับใจนี้เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ผมร้องไห้ในคืนอำลา

และที่สำคัญค่ายนี้เป็นครั้งแรกที่ทำให้ผมรู้สึกถึงสิ่งหนึ่ง เป็นสิ่งที่มีคุณค่ามากมาย ซึ่ง มีอยู่ ในค่ายทุกๆค่ายที่ชมรมเราเคยจัด แต่ผมไม่เคยได้มีโอกาสรู้สึกถึงมันเลย

จากค่ายอื่นๆที่ผ่านมา ผมไม่เคยได้เป็นพี่เลี้ยงสักครั้ง 
และเมื่อมาค่ายนี้ ผมก็ไม่ได้เป็นพี่เลี้ยง
แต่ผมก็ได้เป็น… “คนสอน”

ตลอด 16 วัน 13 คืน ผมได้มีโอาสสอนน้องๆวิชาคอมพิวเตอร์ ตื่นแต่เช้า(ซึ่งตื่นสายกว่าน้อง หลายครั้งอดข้าวเพราะเมื่องั้นเข้าสอนสาย) สอนตั้งแต่เช้า… 9 โมงครึ่ง ถึง 5 โมง(เย็น)ครึ่ง ตกกลางคืนก็อยู่สอนพิเศษบทเรียนเพิ่มเติม หลายๆครั้งมีเกมเล่น ผมได้อยู่เล่นเกม เกมที่บางครั้งวิ่งกันเหนื่อยโคตรๆ แต่สนุกมากๆ ผมได้เล่นเกมคิลเลอร์บ่อยมากๆ จนดึกดื่นน้องๆเข้านอน ก็นั่งคิดเกม คิดอะไรบ้าบอ สำหรับวันต่อไป

ใช่แล้ว สิ่งมีค่าที่ผมรู้สึก นั้นก็คือ 
…ความผูกพัน…

คือแบบนี้ครับ ความคิดของผมตอนแรกที่จัดค่ายเนี่ย คือผมมีความรู้สึกอยากถ่ายทอดตัวความรู้ที่มีอยู่ออกไปให้กับน้องๆ เพราะว่าจะได้เอาไปสอบแล้วก็โอกาสดีๆ แบบที่ผมได้มามากมาย โดยการถ่ายทอดนี้อยากให้เป็นการเรียนการสอนที่เน้นให้คิด ให้เข้าใจลึกซึ้ง แล้วก็เชื่อมโยงเรื่องต่างๆเข้าด้วยกันได้ แล้วก็ให้น้องๆเค้ามาสนิทกันเอง

ผมเริ่มต้นสอนด้วยแนวคิดที่ว่า ผมจะทำยังไงให้ถ่ายทอดความรู้ คอมพิวเตอร์โอลิมปิกอันนี้ ออกไปให้ดีที่สุด รู้เรื่องที่สุด ไม่เครียดจนเกินไป

แต่หลังจากที่สอนไป ได้รู้จักกันมากขึ้น ได้ยินเวลาน้องๆทำไม่ได้แล้วมีเสียงเรียกเรา ได้เล่นเกมสนุกโคตรๆ วิ่งเล่นอยู่บนตึก ได้ปล่อยมุกแป้กๆ
เวลาที่ผ่านไป ค่าย3ช่วงนั้น ผมรู้สึกได้ว่าสิ่งผมโฟกัสมันค่อยๆ เคลื่อนจาก “กระบวนการสอน” มาอยู่ที่ “ตัวน้องๆ” เอง เป็นแนวคิดที่ว่าผมจะทำยังไงให้น้องๆที่อยู่มาด้วยกันนี้ ได้อะไรดีๆกลับไปมากที่สุด มีความสุขมากที่สุด มีโอกาส มีอนาคตแทน ซึ่งเป็นแนวคิดที่ผมรู้สึกอบอุ่นและมีความสุข

นั้นทำให้ผมคิดและขอน้องๆ ในคืนอำลาไป ว่า ผมไม่สนใจอีกต่อไปแล้วว่า น้องๆจะต้องเอาความรู้โอลิมปิกที่ผมสอนไปสอบ หรือดำเนินแนวทางนี้ต่อ ไม่จำเป็นต้องเขียนโปรแกรม หรือชอบคอมพิวเตอร์ แต่ผมขอให้ น้องๆหลังจากจบค่ายนี้ไปแล้ว… ได้ “ให้” กับคนอื่นต่อ อย่างที่ผมมีโอกาสให้น้องๆ เพราะช่วงชีวิตไม่กี่วันที่ผมได้ ให้ กับน้องๆ นี้ คือช่วงเวลาที่ผมมีความสุขมากจริงๆครับ

ผมรักน้องๆคอมพิวเตอร์ที่ผมสอน และรู้สึกผูกพัน อยากให้ทุกคนเจอแต่อะไรดีๆต่อไป
และเมื่อมันจบลงแล้วสำหรับวันที่ผมจะได้มีโอกาสสอนน้องๆกลุ่มนี้
ผมร้องไห้ในคืนวันอำลา

ถึงน้องๆคอมพิวเตอร์(ถ้ามีซักคนเข้ามาอ่านก็ดี)…
เฮ้อ.. พี่ในสายตาทุกคน คงจะเป็นจอมโหด ที่จริงพี่ไม่เคยอยากเป็น ไม่มีใครอยากอยู่แล้วใช่ม้า พี่ๆทุกคนอยากเป็นที่พึ่ง ที่ใจดี ที่คุยได้ทุกอย่าง 
แต่คงด้วยเพราะหน้าที่ในstaffด้วยกันแล้วของพี่เองที่เป็นคนต้องคุมโดยรวมทุกอย่างให้ดำเนินไปด้วยดี ไม่ใช่คนรับงาน บวกกับที่ได้คุยกันใน staff เองหลังจากดูแล้วว่าเด็กวิชาคอมดูท่าแล้วจะคุมยากที่สุดใน 3 วิชา เลยคิดว่าควรจะมีคนๆ นึงที่รับบทโหดที่น้องทุกคนฟัง พี่จึงได้รับบทนี้มาเต็มตัว
ซึ่งรู้สึกว่าได้ผลเหมือนกัน แต่พี่เองก็พลาดไปในบางครั้ง

ในคืนอำลาพี่ลืมพูดไป ว่าพี่ขอโทษและรู้สึกผิดที่สั่งทำโทษ คัดลายมือ(หวัด)ว่า “ฉันจะไม่ออกสาย” 300 รอบ (แม้ตอนหลังจะลดเป็น 100 รอบ)  ทำให้เข้าใจความรู้สึกแทนอาจารย์ได้เลย พี่ว่าไม่มีใครเวลาสั่งทำโทษแล้วรู้สึกดีเลยซักคนแน่ แต่พอสั่งไปแล้วก็ต้องย้ำกับตัวเองว่า ที่เราสั่งไปเนี่ยก็เพื่อให้คุมอะไรๆให้อยุ่ได้นะ อย่าใจอ่อนยกเลิกไปซะหล่ะ แบบนี้แน่ๆ
ฉะนั้น ถ้าน้องคนไหนเคือง พี่ขอโทษนะครับ 

ตอนนี้ก็จบค่ายไปนานแล้วเหมือนกัน สิ่งที่พี่ได้สอนไป พี่รับรองเลยว่า พี่ๆทุกคนตั้งใจสอนมากๆ และเหนื่อยมากๆ จริงๆ เรื่องการเตรียมการสอนนั้น พี่ๆคอมพิวเตอร์อาจจะถือว่าเตรียมน้อยกว่าชีวะที่มีlabเต็มไปหมดเลย ที่จริงก็อยากเตรียมมากแต่ ก่อนหน้าค่ายนั้น พี่เองต้องเข้าค่ายสสวท. แบบเรียกได้ว่าจบค่ายโน้นปุ๊ปวันต่อมาก็มาสอนน้องทันที แล้วก็ก่อนหน้าเข้าค่ายสสวท. พี่เองก็วุ้นอยู่กับงานค่ายกลาง ที่ไม่จำเพาะหลักสูตรวิชา พลับ กับ แก้วเองก็มีภาระงานKUS Fun Camp เต็มตัว ฉะนั้น หลักสูตรคอมพิวเตอร์ พี่ๆเต็มที่กันแล้วจริงๆนะ หวังว่าทุกคนคงได้ประโยชน์บ้าง ใครเข้าค่ายแล้วรู้สึกชอบเขียนโปรแกรมก็เขียนต่อเลย ถ้าไม่ชอบก็ไม่เป็นไร

ไม่รู้สิ พี่รู้สึกผูกพัน มันรู้สึกดีจริงๆนะ 555 แต่มันก็คงเทียบไม่ได้กับอาจารย์ตัวจริงหรอก พี่รักพวกแกหว่ะ ฉะนั้นมีไรก็คุยกันนะ

โซกลี

เรื่องของค่าย Cubic-O มันก็เป็นแบบนี้แหล่ะครับ
เป็นความทรงจำดีๆ ของการทำค่ายๆนึง

ปล. ช่วงเวลาระหว่างค่าย ผมได้มีโอกาสอ่าน หนังสือชุด ริง คำสาป มรณะ ซึ่งประกอบด้วย ริง สไปรัล ลูป เบิร์ธเดย์ ผมอยากแนะนำให้ทุกคนอื่นๆมากๆ เพราะ หนึ่งคือสนุกโคตร สองคือสยิวแสด(หมายถึงหลอนๆ) สามคือ อันนี้สำคัญ มันเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมากๆ ในทุกๆแง่เลย มันทำให้ผมรู้สึกมีมุมมองกว้างขึ้น และมีนิยามเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตที่เปลี่ยนไป และเข้าใจในประโยคที่ว่า I think, Therefore I am. ได้ชัดเจนมากขึ้น อ่านกันเถอะครับ

ปล.2 อย่าลืมติดตามตอนต่อไป

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s