ขอให้เจอกับสิ่งที่ดีๆนะ

– 1 –
“กูรักมึงโว้ย…”  “กูรักมึงโว้ย…”  เสียง 2 เสีงดังขึ้นพร้อมกัน
“กูวางแล้วน้า…” ผมพูดก่อนย้ำประโยคเดิม
“กูรักมึงโว้ย…”

“ตืด  ตืด  ตืด  ตืด  ..”  เมื่อได้ยินแล้ว ผมจึงวางหูโทรศัพท์
นั้น, เป็นประโยคสุดท้ายที่ผมกับเพื่อนของผมพูดกันผ่านสายโทรศัพท์
เวลานั้นประมาณตี 2 กว่าแล้ว
ผมถอดแว่น
นอนหลับ
ไม่ฝัน

พรุ่งนี้เวลา 16.00 น. จะเป็นกำหนดการที่เครื่องบินลำหนึ่งจะแยกเส้นทางชีวิตของผมกับเพื่อนคนนี้ ออกไปสู่ประเทศอเมริกาที่กว้างใหญ่อย่างไม่มีกำหนดเวลากลับ

– 2 –
ผมกับฮุสนี่ ไม่เคยรุ้จักกันมาก่อนจนกระทั่งขึ้น ม.2
ตัวผมอาจจะเคยแว่วได้ยินชื่อแปลกๆว่า ฮุสนี่มาบ้าง  ตัวเขาอาจจะได้เห็นหน้าตอนผมเป็นหัวหน้าระดับ ป.6  แต่ก็ถือได้ว่าไม่ได้รู้จักกัน  เพิ่งจะมาจับคู่ ชื่อกับหน้า คู่นี้ได้ถูก  เวลาที่ได้อยู่ห้องเดียวกัน และได้คุยกันบ้าง ก็คือตอน ม.2

เมื่อขึ้นมา ม.3 เราได้อยู่ห้องเดียวกันอีกครั้ง ผมได้ฟังเสียงกีต้าร์จากมุมห้อง ม.3/2 ทางด้านหลัง ฝั่งใกล้หน้าต่าง ทุกๆพัก  เพลินดี  บางครั้งผมก็เข้าไปร่วมวงร้องเพลงบ้าง  เราได้ทำงานร่วมกันประปราย

แล้วอีกปีก็ผ่านไป ผมตัดสินใจไม่ไปเรียนเตรียมอุดม เราได้อยู่ ว เดียวกันในชั้นม.4 เราได้นั่งติดกัน ได้คุยกันมากขึ้น ผมคิดว่า เรากลายมาเป็นเพื่อนสนิทกันช่วงเวลานี้นั้นเอง

ฮุสนี่ นั้นถือเป็นชายที่ได้รับการยอมรับจากคนทั้งระดับว่า เป็นสุภาพบุรุษ มีน้ำใจงาม และอ่อนโยน  ด้วยคุณลักษณะแบบนี้เองจึงทำให้เป็นที่รักของทุกคน  และเป็นที่กรี๊ดกร๊าดในหมู่หญิงสาวด้วย (รึเปล่า?)

ผมเองเห็นด้วย ทุกครั้งที่เรียนในแผน หากไปบอกคนนอก ใครจะเชื่อ ว่าผมมีลูกอดีตรัฐมนตรี คอยนวดหลัง คอยนวดหัว นวดแขน นวดขา นวดมือ ได้ไม่หยุด (ที่จริงเราตกลงกันว่าจะผลัดกันนวด ) เราได้คุยโทรศัพท์กันบ้าง ทำจรวดแป้งงานพาเหรดกีฬาสี เรียน… เที่ยว… มีเหตุการณ์มากมายที่ผ่านเข้ามา ทำให้ผมรู้สึกรักเพื่อนคนนี้มากขึ้นๆ
จนกระทั่ง “การออกเดินทาง” ได้ถูกกำหนด

ผมรู้สึกใจหาย
และเศร้า
แต่ก็รู้สึกดี…

ความเศร้านั้นมีอยู่หลายแบบ
บางครั้ง ผมเศร้า แล้วก็รู้สึกว่าต่อไปจะต้องตัวทำให้ดีขึ้น 
บางครั้ง เศร้า แล้วก็รู้สึกผิดหวังกับบางอย่างและไม่อยากกลับไปนึกถึงมันอีก
บางครั้ง เศร้าจนไม่อยากมีชีวิตต่อไป
แต่ความเศร้าในครั้งนี้ กลับทำให้… รู้สึกดี เพราะมันต่างแสนต่างการความเศร้าอื่นๆอย่างมากมาย ไม่มีใครทำอะไรผิด ไม่มีใครทำร้ายจิตใจใคร  ทุกคนต่างกำลังเดินทางไปสู่สิ่งที่ดีๆตามเส้นทางของตัวเอง
แม้มันคือจุดจบของช่วงความทรงจำที่เกิดขึ้นมาของผมกับเขา แต่มันกลับคือจุดเริ่มต้นที่ยิ่งใหญ่กว่า
ผมรู้สึกเช่นนั้น

– 1 –
วันรุ่นขึ้น ณ หอประชุมจงรักษ์ไกรนาม  ผมกำลังนั่งสลึมสลืออยู่ในพิธีมอบเกียรติบัตร
รู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างที่มาเตือนใจ 
ผมก้มลง และมองดูนาฬิกาข้อมือที่กำลังชี้เวลา 16.07 น.
“ไปแล้ว…”
เงยหน้ากลับมาเหมือนเดิม
รู้สึก ถึงลมหายใจ
 …

– 2 –
ผมคิดว่าผมไม่เคยรู้ตัวเลยสักครั้งว่า มิตรภาพของเพื่อนสนิทนั้นเกิดขึ้นตอนไหน และอย่างไร
อันที่จริง จะว่าไปแล้วก็ไม่เห็นจำเป็นต้องรู้
การได้มารู้ตัวที่หลังว่าเราเป็นเพื่อนสนิทกันแล้ว
แค่นี้ ก็แสนล่ำค่า
และแค่นี้ ก็ทำให้ผม ได้มีความสุข อย่างมากมาย

ปล.s (ต้องเติม S) 

  1. จากเวลาในเรื่องที่เขียน ฮุสนี่ ออกเดินทางไปเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2548 นะ
  2. วันนี้(13 ส.ค.) เพิ่งไป present งาน fat ที่สุดแสนจะฉุกละหุก เหนื่อยมากเพราะฝืนสังขารสุดๆกับร่างกายที่สุดจะอ่อนแอในตอนนี้ แต่ก็ออกมาดีนะ สนุก ขำๆ กรรมการขำไปด้วย มีหวังผ่านเข้ารอบ 5 ทีมสุดท้ายนะเนี่ย
  3. หนักใจกับสุขภาพและ วันสอบ สสวท.คอมโอลิมปิค รอบ 2 ที่ใกล้เข้ามาแล้วเหลือเกิน
  4. เออ เพิ่งเป็นพิธีกรวันแม่มา ผิดคิวไป 1 ครั้ง! อ๊ากก.. แถมไมค์ห่วยสุดๆ มีประโยคหนึ่งพูดเสร็จอาจารย์บอกให้พูดซ้ำเพราะคนดูไม่ได้ยิน  กลับลงมา มีแต่คนถามว่า พูดซ้ำทำไม
  5. พิธีกรงาน วันวิทยาศาสตร์ต้องพยายามพูดให้เจ๋งๆ (สุขภาพจะไหวไหมนะ)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s