ตลอดเวลาที่ผ่านมา แม้จะเรียนเรื่องพระพุทธศาสนาในห้องเรียนและนอกห้องเรียนบ้างเล็กน้อย ผมกลับเข้าใจวิธีวิปัสสนาอยู่น้อยมากและส่วนที่เข้าใจก็ยังผิดเพี้ยนไปจากที่ทางที่จะดับความทุกข์อีก ที่รู้ได้แบบนี้ ก็เพราะหลังอ่านหนังสือเล่มนึงเรื่อง “วิถีแห่งการรู้แจ้ง”
หนังสือเล่มนี้ทำให้ผมซึ่งยังมีประสบการณ์การเจริญสติน้อยมาก ได้เข้าใจถึงเป้าหมายในการปฏิบัติมากขึ้นมาก
วิธีการอธิบายที่ตรงประเด็นไม่อ้อมค้อมและแบ่งข้อมูลเป็นสัดส่วนและเป็นลำดับขั้นนั้น ผมคิดว่าน่าจะถูกจริตกับคนสายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ทักษะที่ได้จากการเจริญสตินั้น ผมคิดว่าเป็นทักษะอย่างนึงที่มีประโยชน์มาก เพราะมันน่าจะทำให้เราสามารถจัดการกับอารมณ์ที่ทำให้เป็นทุกข์ได้เป็นอย่างดี
อยากให้ลองอ่านดูกันครับ
การเจริญสตินั้น จริงอยู่ว่าเราไม่สามารถทำได้ด้วยการอ่าน/ฟัง/คิดได้ เพราะมันต้องรู้สึกถึงประกฏการณ์นั้นเอา แต่เราย่อมไม่มีทางเริ่มเจริญสติได้เลยถ้าเรายังไม่เข้าใจภาพรวมของแนวทาง มิฉะนั้นถ้าเริ่มด้วยความไม่เข้าใจ ก็ยอ่มไปผิดทางซะเปล่าๆ
หนังสือเล่มนี้น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีกับคนที่ได้เรียนพระพุทธศาสนาแค่ในห้องเรียนเหมือนผม

โอ้ว
อิ๊กถึงวัยแล้วเหรอครับเนี่ย
ความอยากเรียนรู้ในเรื่องการศึกษาจิตใจนี้ ผมว่าไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร หรือเกี่ยวกับวัยหนิ่ครับ
มันก็ลักษณะเดียวกันกับที่ผมอ่านบทความเศรษฐศาสตร์ ประเด็นทางสังคมศาสตร์ หรือที่ผมศึกษาทฤษภีเกม หรือที่เริ่มสนใจด้าน user experience บนโปรแกรมคอมพิวเตอร์
เรื่องมันต่างกัน และมันก็เสริมกัน
มันอยุ่ในระดับเดียวกัน ไม่ใช่ว่าเรื่องนี้มันเรื่องใหญ่อะไร
อันนี้คงแล้วแต่ฅนมองแหละครับ
อย่างที่บ้านผม ก่อนหน้านี้คุณแม่ไม่เคยอ่าน แต่พอใกล้เกษียณก็อ่านเป็นวรรคเป็นเวร
ในขณะที่ผมเองไม่อ่านเลย (แต่อ่านเรื่องเศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์)
มันก็เลยรู้สึกว่าเรื่องเข้าวัดเข้าวามันมีอายุของมันเหมือนกัน
(แต่หลัง ๆ ก็เจอว่าวัยรุ่นสนใจเรื่องแบบนี้เยอะเหมือนกัน อาจจะเป็นเพราะแนวหนังสือที่ดึงดูดฅนอ่านวัยละอ่อนได้)
ไม่ได้คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ครับ