ผมเคยคิดหา วิธีการเปรียบเทียบว่า การคิดใคร่ครวญถึงเรื่องต่างๆ นั้นเปรียบเหมือนอะไร อยู่เหมือนกัน
ผมเคยคิดถึงการหยั่งรากลึกของต้มไม้
แต่สิ่งที่ป่านคิด… “เปรียบประสบการณ์กับสีที่เติมมาในภาชนะสักอย่างหนึ่ง” นั้นตรงใจผมมากๆ
การใคร่ครวญจนได้ข้อสรุปบางอย่างนั้น ก็เปรียบเหมือนการเติมเนื้อสีให้การจานสี
หลายๆ ครั้งที่ใคร่ครวญไปมา ข้อสรุปที่ได้อาจเปลี่ยนไป เป็นอีกสีหนึ่ง แต่เนื้อสียังคงมากขึ้นๆ
ใคร่ครวญบ่อยครั้งเท่าไหร่ ได้ข้อสรุปเปลี่ยนไปบ่อยครั้งเข้า เนื้อสีก็ยิ่งมากขึ้นๆ
การที่เนื้อสีมาก นั้นจะทำให้ การที่มีจากคนอื่นมาผสม จะได้ทำให้เราเปลี่ยนสีได้น้อยลง นั้นคือความคิดมีความเสถียรมาก เพราะผ่านการอุดช่องโหว่ทางเหตุผลของความคิดต่างๆ มามากแล้ว
คนที่ไม่ค่อยคิดใคร่ครวญถึงเรื่องๆ ใด เมื่อถูกคนอื่นมาผสมสีนิดหน่อย ก็เปลี่ยนสีไปได้ง่าย
และบางครั้งการเข้ามาผสมสีนั้น อาจทำด้วยเจตนารมณ์เคลือบแฝง
ในทางกลับกัน การที่ความคิดมีความเสถียรมาก ก็ย่อมทำให้เส้นทางที่เราเลือกเดินไม่ไขว้เขวและสับสนจนเกินไป

เอ๊ะ
ป่านเขียนเรื่องนี้ไว้นานแล้วหนิครับ
เพิ่งเห็นอิ๊กเอามาต่อยอดนะนี่
สำหรับผมแล้วความคิดมันคงเหมือนการตกตะกอนมั้ง
พอตกมานานพอ น้ำมันก็ใส
แต่ถ้าเขย่าแรง ๆ (และแรงมากพอป
น้ำมันก็จะขุ่นขึ้นมาอีก
(ออกแนวปฏิกิริยาเคมีที่ถูกกวนสมดุลแล้วพยายามจะปรับเข้าหาค่าเสถียร)
เอ เมื่อวานโพสต์แล้วไม่ติดแฮะ -_-
ขอต่ออีกนิด ว่า ความคิดนี่ก็แปลก เมื่อเจอเรื่องที่ตัดสินใจยาก แล้วต้องใช้การระดมความคิดสูงๆ ทุกสิ่งทุกอย่างก็เป็นไปอย่างที่เขียนมานั่นแหละ ผสมสีกันเข้าไป
แต่เมื่อไหร่ที่เราทำการตัดสินใจ (ฟันธง) ไปแล้ว กระบวนการคิดทั้งหลายก็แทบจะหยุดลงไปทัีนที (เหมือนสีแห้ง) ไม่ว่าจะมีใครพยายามแย้งอย่างไรก็ตาม ในทางกลับกัน เราก็จะพยายามหาแต่เหตุผลที่มาสนับสนุนการตัดสินใจของเราว่าถูกต้อง ดีที่สุดแล้ว (พูดง่ายๆ คือพยายามทุกวิถีทางที่จะไม่ให้ตัวเองยอมรับว่าได้ตัดสินใจผิดไป) โดยเฉพาะเมื่อได้ลงมือกระทำไปแล้ว
เช่น จะซื้อรถสักคัน ก็คงเอาโน่นนี่เข้ามาคิดมากมาย จนกระทั่งตัดสินใจได้ว่าจะเอาคันนี้เนี่ยแหละ แต่หลังจากนั้นก็มีเพื่อนมาบอกว่า รุ่นนี้ไม่ดีนา ใช้ไปเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ แทนที่เราจะนำเรื่องนี้มาพิจารณาดูํใหม่ เราก็จะพยายามหาข้อดีของรถคันนี้มาโต้แย้ง/กลบเกลื่อนเรื่องนี้ทันที
[...] update: แนวคิดเรื่องผสมสีนั้นที่จริงผมได้เคยเขียนไว้ตั้งแต่เอนทรี่ผสมสีความคิดครับ มันเป็นแนวคิดจากป่านนั้นเองครับ ตอนนั้นกำลังคิดเรื่องนี้มาระยะหนึ่งแล้วพอได้อ่านงานของป่านก็รู้สึกปิ๊งขึ้นมาเลยแล้วก็เก็บไว้ในใจมาตลอด Possibly related posts: (automatically generated)mee svayampak karato tevha…Vande Mataram [...]