##หมายเหตุ##
ผมอยากจะเขียน blog เรื่อง ประภาส ชลศรานน์ อยู่แล้ว แต่เนื่องจากมีงานของภาษาอังกฤษที่ให้เขียนถึง My favourite person ที่ต้องส่ง(มาประมาณเกือบเดือน)อยู่แล้ว ผมจึงถือโอกาสนี้ เอาร่างภาษาไทยมาใช้เป็น blog เสียเลยครับ (ผมเขียนแบบภาษาอังกฤษรวดเดียวไม่ได้อะ -_-” เฮ้อ…ชีวิตที่ไม่เก่งภาษาอังกฤษ)
##หมายเหตุ##
ชายเจ้าของชื่อ ประภาส ชลศรานนท์ คือบุคคลผู้ที่ผมชื่นชม เขาไม่ใช่ดาราหนังหล่อเหลาที่โดดเด่นกลางจอเงินหรือจอแก้ว เขาไม่ใช่นักร้องที่ทุกคนให้ยินเสียงอันไพเราะ เขาไม่ใช่คนเบื้องหน้าที่ใครต่อใครได้เห็นได้รู้จัก –ไม่ เขาไม่ใช่ครับ — เขาเป็นคนเบื้องหลัง! และเป็นคนเบื้องหลังของอะไรต่อมิอะไรที่ผมคาดไม่ถึงมากมาย จนผมรู้สึกทึ่งเมื่อได้รู้จักและชื่นชอบเขามาตั้งแต่นั้น…
หากให้ผมกล่าวถึงผลงานทุกชิ้นในแต่ละอาชีพที่คุณประภาสคนนี้เคยทำมา ก็คงต้องขออภัยจริงๆที่กระดาษหน้านี้คงจุไม่ไหว จึงขออนุญาตกล่าวถึงเพียงผลงานของเขาที่โด่งดัง(และที่ผมชื่นชอบ)
“เฉลียง” วงดนตรีวงนี้ แม้ว่าจะเป็นวงดนตรีที่เรียกได้ว่าค่อนข้างเก่าแก่สำหรับคนรุ่นนี้ แต่ผมเชื่อว่าหลายคนรู้จัก เพลงของเฉลียงได้รับฉายาว่า “ตัวโน้ตอารมณ์ดี” ซึ่งเป็นเพราะคำร้องแต่ละคำในแต่ละเพลงที่เป็นเอกลักษณ์ ทุกครั้งที่ผมฟังจะรู้สึกอารมณ์ดีเอาขึ้นมาจริงๆ บางทีก็รู้สึกถึงการมองโลกในแง่งามที่แฝงอยู่ และบางทีก็มีการเปรียบเปรยที่น่าขันแต่ก็กินใจ…
เพลงของเฉลียงเพลงหนึ่งที่ผมประทับที่สุดคือเพลงชื่อ “ต้นชบากับคนตาบอด” เพลงนี้กล่าวถึงต้นชบาที่ขึ้นในโรงเรียนสอนคนตาบอด ที่ทำให้มันไม่มีโอกาสแสดงความงามของมันให้ใครได้เชยชม แต่ผู้แต่งไว้กล่าวว่า สิ่งใดจะงาม นั้นขึ้นอยู่กับใจ แม้จะมีตาที่บอด ไม่สามารถสัมผัสความงามนี้ด้วยตา แต่เขาเชื่อว่าด้วยกลิ่นหอมละไมของดอกไม้ และร่มไม้ที่เย็นสบายนี้เอง จะทำให้จิตใจนั้นได้สัมผัสกับความงามอย่างไม่ยากเย็น หากแต่ถ้ามีจิตใจที่บอด แม้จะมองเห็นอะไรก็คงไม่งดงามอยู่เรื่อยไป
ประภาส ชลศรานนท์ เป็นผู้แต่งเพลงเกือบทุกเพลงของเฉลียง ความคิดความรู้สึกที่ผมได้จากการได้ฟังเพลงของเขา ทำให้ผมสนใจและติดตามผมงานของเขาในด้านต่างๆ (ที่มีอยู่รอบด้านจริงๆ)
บทละคร “เทวดาตกสวรรค์” นิตยสารไปยาลใหญ่ หนังสือเรื่อง”ขอชื่อสุธีสามสี่ชาติ” ค่ายเพลงมูซูในอดีต เจ้าของบริษัท Workpoint ฯลฯ ผลงานที่โด่งดังเหล่านี้ ล้วนมีเขาอยู่เบื้องหลังทั้งสิ้น ทุกวันนี้ ผมติดตามอ่านคอล์ลั่ม “คุยกับประภาส” ซึ่งลงในหนังสือพิมพ์มติชนวันอาทิตย์เสมอๆ
“เขาคือนักปราชญ์ของยุค” คุณปัญญา นิรันดร์กุล ผู้ก่อตั้ง บริษัท Workpoint ร่วมกันกับคุณประภาส กล่าวไว้
